ข้อแนะนําในการเปลี่ยนอาหารน้องแมวภายใน 7 วัน
น้องแมวแต่ละตัวต่างมีรสชาติอาหารที่ติดใจและคุ้นเคยเป็นของตัวเอง ซึ่งการจะเปลี่ยนอาหารจานโปรดจานเดิม ๆ ให้กลายเป็นเมนูใหม่ เหล่าทาสแมวทั้งหลายควรพึงรู้ไว้ว่า จะต้องค่อย ๆ ลองเปลี่ยนเมนูอย่างช้า ๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการปวดท้องหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยการทําตามคําแนะนําง่าย ๆ และใช้เวลาเพียง 7 วัน เท่านั้น!
แล้วทําไมเราถึงต้องเปลี่ยนอาหารน้องแมวล่ะ ?
ในบางครั้ง คุณอาจจะตัดสินใจได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนชนิดอาหารให้กับน้องแมวตัวโปรด ซึ่งสาเหตุในการเปลี่ยนอาหารก็อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
1) ลูกแมวตัวน้อยของคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นแมววัยรุ่นโตเต็มวัยแล้ว
2) ความต้องการด้านสุขภาพของเจ้าแมวคนเก่งเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะต้องการสารอาหารที่มีความเหมาะสมมากขึ้น
3) ความต้องการของเจ้าของเองซึงอาจจะอยากเปลี่ยนประเภทอาหาร เป็นอาหารเปียก อาหารเม็ด หรืออาหารผสม
ซึ่งในปัจจุบัน อาหารแมวได้พัฒนาไปอย่างมาก ให้มีความสมดุลและความเหมาะสมกับช่วงอายุ สถานะทางกายภาพ และไลฟ์สไตล์ของแมวแต่ละตัว และสามารถมอบคุณประโยชน์ทางโภชนาการให้กับน้องแมวได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยปราศจากความเสี่ยงในการขาดสารอาหาร และนั่น จึงหมายความว่า อาจมีแนวโน้มมากขึ้นที่เหล่าทาสแมวทั้งหลายจะเปลี่ยนอาหารแมวบ่อย ๆ ไปตามความหลากหลายของประเภทอาหารที่มีให้เลือกมากมาย
การเปลี่ยนอาหารน้องแมว ทําไมเราถึงต้องทําอย่างระมัดระวังนะ ?
ประสบการณ์แรกของชนิดอาหารมีส่วนสําคัญต่อความชื่นชอบอาหารของลูกแมวในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่เหล่าคนรักแมวจะไปรับลูกแมวตัวน้อยกลับมาเลี้ยงที่บ้าน จะต้องทราบก่อนว่า ลูกแมวตัวนั้น ๆ เคยทาน
อาหารชนิดใดมาก่อน เพราะลูกแมวจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่ายขึ้นหากได้ทานอาหารแบบเดิม
ในทํานองเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงอาหาร ก็ควรจะทําอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดทุกช่วงอายุแมวบางตัวอาจไม่ไว้วางใจ หากต้องทานอาหารประเภทใหม่ โดยพฤติกรรมนี้จะเรียกว่า “โรคกลัวของใหม่ หรือ
Neophobia” ซึ่งเชื่อกันว่า พฤติกรรมนี้เป็นการป้องกันการทานอาหารที่เป็นพิษหรืออาหารปนเปื้อน และนี่คือเหตุผลที่อธิบายได้ว่า เหตุใดคุณจึงควรเพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังเป็นการลดปัจจัยที่อาจสร้างความเครียด รวมถึงหลีกเลี่ยงการที่เจ้าแมวจะปฏิเสธอาหารใหม่อีกด้วย
วิธีเปลี่ยนอาหารให้เจ้าแมวตัวโปรด
ทราบหรือไม่ว่า การค่อย ๆเปลี่ยนอาหารใหม่ให้แมวโดยผสมในอาหารสูตรเดิมในช่วงเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ ถือเป็นวิธีการและระยะเวลาที่ดีที่สุด อีกทั้ง วิธีนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงอาการปวดท้อง โรคกลัวของใหม่หรือความวิตกกังวลอื่น ๆ สําหรับแมวของคุณได้ด้วย ซึ่งเคล็ดลับคือ ต้องเริ่มต้นจากการผสมอาหารใหม่ในปริมาณเพียงเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มอัตราส่วนจนกระทั่งแมวของคุณเปลี่ยนไปกินอาหารใหม่อย่างสมบูรณ์
วันที่ 1 และ 2 - อาหารเดิม 75% ผสมกับอาหารใหม่ 25%
วันที่ 3 และ 4 - อาหารเดิม 50% ผสมกับอาหารใหม่ 50%
วันที่ 5 และ 6 - อาหารเดิม 25% ผสมกับอาหารใหม่ 75%
วันที่ 7 - อาหารใหม่ 100%
ข้อควรระวัง : ควรรักษากิจวัตรประจําวันในการให้อาหารตามปกติกับเจ้าแมวของคุณ เคร่งครัดกับเวลาอาหารและสภาพแวดล้อมในการทานอาหารแบบเดิม เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงให้เหลือน้อยที่สุด และทําให้แมวผ่อนคลายระหว่างการเปลี่ยนไปทานอาหารใหม่
จับตาดูแมวของคุณให้ดี
เมื่อมีการเปลี่ยนอาหารใหม่อย่าลืมจับตาดูพฤติกรรมของเจ้าแมวอย่างใกล้ชิด โดยคุณสามารถสังเกตได้ว่า แมวของคุณตอบสนองกับการเปลี่ยนอาหารได้ดีเพียงใด หากให้อาหารที่เหมาะสมจะแสดงผลออกมาด้วยการมีสุขภาพภายนอกที่ดีรวมถึงการมีน้ําหนักตัวและคุณภาพของอุจจาระที่ดีด้วย