บทความทั้งหมด

>>

บทความ

ข้อแนะนําในการเปลี่ยนอาหารน้องแมวภายใน 7 วัน

2021-10-15 | 10 นาทีที่อ่าน

น้องแมวแต่ละตัวต่างมีรสชาติอาหารที่ติดใจและคุ้นเคยเป็นของตัวเอง ซึ่งการจะเปลี่ยนอาหารจานโปรดจานเดิม ๆ ให้กลายเป็นเมนูใหม่ เหล่าทาสแมวทั้งหลายควรพึงรู้ไว้ว่า จะต้องค่อย ๆ ลองเปลี่ยนเมนูอย่างช้า ๆ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอาการปวดท้องหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยการทําตามคําแนะนําง่าย ๆ และใช้เวลาเพียง 7 วัน เท่านั้น!

 

แล้วทําไมเราถึงต้องเปลี่ยนอาหารน้องแมวล่ะ ?

ในบางครั้ง คุณอาจจะตัดสินใจได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนชนิดอาหารให้กับน้องแมวตัวโปรด ซึ่งสาเหตุในการเปลี่ยนอาหารก็อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น
 

1) ลูกแมวตัวน้อยของคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นแมววัยรุ่นโตเต็มวัยแล้ว
2) ความต้องการด้านสุขภาพของเจ้าแมวคนเก่งเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะต้องการสารอาหารที่มีความเหมาะสมมากขึ้น
3) ความต้องการของเจ้าของเองซึงอาจจะอยากเปลี่ยนประเภทอาหาร เป็นอาหารเปียก อาหารเม็ด หรืออาหารผสม

ซึ่งในปัจจุบัน อาหารแมวได้พัฒนาไปอย่างมาก ให้มีความสมดุลและความเหมาะสมกับช่วงอายุ สถานะทางกายภาพ และไลฟ์สไตล์ของแมวแต่ละตัว และสามารถมอบคุณประโยชน์ทางโภชนาการให้กับน้องแมวได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยปราศจากความเสี่ยงในการขาดสารอาหาร และนั่น จึงหมายความว่า อาจมีแนวโน้มมากขึ้นที่เหล่าทาสแมวทั้งหลายจะเปลี่ยนอาหารแมวบ่อย ๆ ไปตามความหลากหลายของประเภทอาหารที่มีให้เลือกมากมาย

 

การเปลี่ยนอาหารน้องแมว ทําไมเราถึงต้องทําอย่างระมัดระวังนะ ?

ประสบการณ์แรกของชนิดอาหารมีส่วนสําคัญต่อความชื่นชอบอาหารของลูกแมวในระยะยาว ดังนั้นก่อนที่เหล่าคนรักแมวจะไปรับลูกแมวตัวน้อยกลับมาเลี้ยงที่บ้าน จะต้องทราบก่อนว่า ลูกแมวตัวนั้น ๆ เคยทาน
อาหารชนิดใดมาก่อน เพราะลูกแมวจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่ายขึ้นหากได้ทานอาหารแบบเดิม

ในทํานองเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงอาหาร ก็ควรจะทําอย่างค่อยเป็นค่อยไปตลอดทุกช่วงอายุแมวบางตัวอาจไม่ไว้วางใจ หากต้องทานอาหารประเภทใหม่ โดยพฤติกรรมนี้จะเรียกว่า “โรคกลัวของใหม่ หรือ
Neophobia” ซึ่งเชื่อกันว่า พฤติกรรมนี้เป็นการป้องกันการทานอาหารที่เป็นพิษหรืออาหารปนเปื้อน และนี่คือเหตุผลที่อธิบายได้ว่า เหตุใดคุณจึงควรเพิ่มสัดส่วนอาหารใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังเป็นการลดปัจจัยที่อาจสร้างความเครียด รวมถึงหลีกเลี่ยงการที่เจ้าแมวจะปฏิเสธอาหารใหม่อีกด้วย

 

วิธีเปลี่ยนอาหารให้เจ้าแมวตัวโปรด

ทราบหรือไม่ว่า การค่อย ๆเปลี่ยนอาหารใหม่ให้แมวโดยผสมในอาหารสูตรเดิมในช่วงเวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ ถือเป็นวิธีการและระยะเวลาที่ดีที่สุด อีกทั้ง วิธีนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงอาการปวดท้อง โรคกลัวของใหม่หรือความวิตกกังวลอื่น ๆ สําหรับแมวของคุณได้ด้วย ซึ่งเคล็ดลับคือ ต้องเริ่มต้นจากการผสมอาหารใหม่ในปริมาณเพียงเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มอัตราส่วนจนกระทั่งแมวของคุณเปลี่ยนไปกินอาหารใหม่อย่างสมบูรณ์


วันที่ 1 และ 2 - อาหารเดิม 75% ผสมกับอาหารใหม่ 25%
วันที่ 3 และ 4 - อาหารเดิม 50% ผสมกับอาหารใหม่ 50%
วันที่ 5 และ 6 - อาหารเดิม 25% ผสมกับอาหารใหม่ 75%
วันที่ 7 - อาหารใหม่ 100%

 

ข้อควรระวัง : ควรรักษากิจวัตรประจําวันในการให้อาหารตามปกติกับเจ้าแมวของคุณ เคร่งครัดกับเวลาอาหารและสภาพแวดล้อมในการทานอาหารแบบเดิม เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงให้เหลือน้อยที่สุด และทําให้แมวผ่อนคลายระหว่างการเปลี่ยนไปทานอาหารใหม่

 

จับตาดูแมวของคุณให้ดี

เมื่อมีการเปลี่ยนอาหารใหม่อย่าลืมจับตาดูพฤติกรรมของเจ้าแมวอย่างใกล้ชิด โดยคุณสามารถสังเกตได้ว่า แมวของคุณตอบสนองกับการเปลี่ยนอาหารได้ดีเพียงใด หากให้อาหารที่เหมาะสมจะแสดงผลออกมาด้วยการมีสุขภาพภายนอกที่ดีรวมถึงการมีน้ําหนักตัวและคุณภาพของอุจจาระที่ดีด้วย

7 ทริค ปรับพฤติกรรมน้องหมา (เลิก) ขับถ่ายไม่เป็นที่

  เคยไหม…นั่งเล่น นอนเล่นอยู่ดี ๆ แต่ได้กลิ่นแปลก ๆ ชวนให้ต้องอุดจมูกลอยมา จากการที่น้องหมาขับถ่ายไม่เป็นที่ ทั้งตรงพื้นบริเวณมุมห้อง พรม ขาโต๊ะ ชายผ้าม่าน เตียงนอน หรือโซฟาชุดโปรดของเรา! ใครเจอปัญหานี้มักจะกุมขมับปวดหัวอย่างแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ยังตามมาด้วยเรื่องของการทำความสะอาดที่ยุ่งยาก บวกกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมน้องหมาจึงขับถ่ายไม่เป็นที่ แล้วมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร? บทความนี้ รวบรวมมาฝากทุกคนกันแล้วค่ะ     ทำไมน้องหมาจึงขับถ่ายไม่เป็นที่? สำหรับสาเหตุที่น้องหมาขับถ่ายไม่เป็นที่ อาจมาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป อาทิ ●  น้องหมาเด็กหรืออายุมากเกินไป ทำให้อาจยากในการปรับตัวช่วงแรก ●  ยังไม่คุ้นชินกับสถานที่หรือจุดที่จัดเตรียมไว้ให้ในการขับถ่าย ●  เกิดจากปัญหาด้านสุขภาพแฝง ●  กินอาหารและขับถ่ายไม่เป็นเวลา ●  มีความเครียดหรือความวิตกกังวล ●  ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่เหมือนกันในน้องหมาแต่ละตัวหรือสายพันธุ์   7 ทริค ปรับพฤติกรรมในการฝึกน้องหมาให้ขับถ่ายเป็นที่ 1. ฝึกให้คุ้นชินกับเวลาและสถานที่ขับถ่าย ควรปรับให้น้องหมาขับถ่ายเป็นช่วงเวลา โดยเมื่อถึงเวลาให้พาน้องหมาไปยังจุดขับถ่ายทันที จะช่วยให้น้องหมาเกิดการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายโดยธรรมชาติ   2. ใช้คำพูดเดิมซ้ำ ๆ หรือบ่อย ๆ เมื่อถึงเวลาต้องขับถ่าย ให้เราใช้คำหรือประโยคเดิมกับน้องหมา ซึ่งจะทำให้น้องหมาคุ้นชินและทราบว่าจะต้องทำอะไร เช่น มาอึ, มาฉี่, เข้าห้องน้ำ, ฉี่ตรงนี้ เป็นต้น   3. กำหนดเวลาให้อาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้น้องหมากินอาหารและขับถ่ายทั้งวัน โดยหากน้องหมากินอาหารแล้ว และมีการพักไปหรือกินไม่หมด ให้เราเก็บอาหารหรือเทอาหารทิ้งภายในครึ่งชั่วโมง ไม่ต้องวางทิ้งไว้ค่ะ   4. ใช้กลิ่นหรือรอยเดิมฝึกการขับถ่าย กลิ่นหรือรอยเดิมที่น้องหมาขับถ่ายไว้ สามารถนำมาใช้ฝึกน้องหมาให้ขับถ่ายเป็นที่ได้   5. ออกคำสั่งทันที หากน้องหมาขับถ่ายนอกจุดขับถ่าย ให้ออกคำสั่งด้วยคำว่า “ไม่” หรือ “No” ซึ่งเป็นคำเฉพาะที่เป็นการปฏิเสธไม่ให้น้องหมาขับถ่ายนอกเหนือจากจุดขับถ่าย ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่จริงจัง   6. ไม่ทำโทษหรือดุด่า ในการฝึก ควรค่อย ๆ ฝึกฝน ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ทำโทษด้วยความรุนแรงและไม่ใช้คำดุด่าน้องหมาค่ะ   7. พาไปพบสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ อาจพาไปปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับน้องหมาในการฝึกค่ะ     การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรม นิสัย สายพันธุ์ของน้องหมาที่เราเลี้ยง จะช่วยทำให้เราเข้าใจน้องหมามากขึ้น ซึ่งเรื่องของการขับถ่าย ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ เพราะการสร้างนิสัยเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นที่ นอกจากจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่ดี ทาสอย่างเราก็โล่งใจ หายใจได้ทั่วปอด เพราะบ้านสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการขับถ่ายไม่เป็นที่ของน้องหมาให้กวนใจอีกด้วยค่ะ โดยเมื่อน้องหมาปฏิบัติตามคำสั่งหรือเริ่มมีพฤติกรรมไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราควรให้คำชม ให้ขนมหรือรางวัลอื่น ๆ ที่น้องหมาชอบ จะช่วยให้น้องหมาเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้ค่ะ   ที่มา https://www.jojohouse.com/ฝึกน้องหมาฉี่เป็นที่/ https://pet.kapook.com/view204786.html https://www.yespetshop.com/th/articles/97510 https://thonglorpet.com/th/diary/การแก้ไขการขับถ่ายไม่เป็นที่

เสื้อผ้าจำเป็นกับหมาแมวหรือไม่ สายพันธุ์ไหนจำเป็นต้องมี!

  เมื่อก้าวเข้าสู่หน้าหนาว เราจะได้เห็นแฟชั่นชุดกันหนาวหลากหลายแบบ หลากหลายสีสันที่ชวนมอง ไม่ต่างกับน้องหมาและน้องแมว ที่มีแฟชั่นเสื้อผ้าที่จัดจ้านไม่แพ้กัน เวลาเห็นการเลือกสวมใส่เสื้อผ้า ที่เหล่าทาสรังสรรค์กันมา เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้สวมใส่ ต้องบอกเลยว่า เหมือนกับยกงานแฟชั่นวีคขนาดย่อม ๆ มาไว้ที่บ้านกันเลยทีเดียวค่ะ แถมทาสต่างพร้อมใจกันอวดโฉมความน่ารัก น่าเอ็นดู ให้เห็นกันตามสื่อโซเชียลมีเดียอยู่บ่อย ๆ แต่ความจริงแล้วนั้น มีใครเคยสงสัยหรือไม่คะว่า เสื้อผ้าเหล่านั้นมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน น้องหมาน้องแมวจำเป็นต้องใส่เสื้อในฤดูหนาวหรือไม่? ไปหาคำตอบกันดีกว่าค่ะ     ● เสื้อผ้าจำเป็นกับน้องหมาและน้องแมวหรือไม่? สำหรับความจำเป็นหรือไม่จำเป็นของเสื้อผ้าที่จะเลือกสวมใส่ให้กับน้องหมาและน้องแมวนั้น อาจไม่ได้วัดชัดเจนนัก เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้อง เช่น ความยาวของเส้นขน ความหนาของขนตามสายพันธุ์ ลักษณะของตัวบ้าน รวมถึงแหล่งที่อยู่อาศัย โดยหากอยู่ในเมืองไทย อาจไม่ค่อยมีช่วงอากาศหนาว หรืออุณหภูมิอาจจะไม่ได้ต่ำมากเท่ากับการอาศัยอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวจัด อย่างไรก็ดี ให้สังเกตสัตว์เลี้ยงว่ามีอาการหนาวหรือไม่จะเป็นวิธีที่ดีกว่าค่ะ   Do: สัตว์เลี้ยงมีอาการ เช่น นอนขดตัว ร่างกายสั่น เหงือกซีด อาจเป็นไปได้ว่า สัตว์เลี้ยงมีอาการหนาว ควรสวมเสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยง โดยเลือกความหนา-บางของเนื้อผ้า ตามลักษณะความยาวขนของสายพันธุ์น้องหมาและน้องแมว Don’t: สัตว์เลี้ยงมีอาการต่อต้านการสวมใส่เสื้อผ้า เราไม่ควรบังคับสัตว์เลี้ยง เพราะอาจเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ตามมา เกิดความเครียด กลัว และอึดอัด ซึ่งเป็นผลเสียได้   ●  สายพันธุ์ไหนจำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าในช่วงฤดูหนาว? สุนัข เช่น เกรย์ฮาวด์ (Greyhound) ดัลเมเชียน (Dalmatian) เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog) ไชนีส เครสเต็ด (Chinese Crested) ปั๊ก (Pug) ชิวาวา (Chihuahua) ดัชชุน (Dachshund) มิเนเจอร์พินช์เชอร์ (Miniature Pinscher) แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) แมว เช่น สฟิงซ์ (Sphynx) เดวอน เร็กซ์ (Devon Rex) แมววิเชียรมาศ (Siamese Cat) อะบิสซิเนียน (Abyssinian cat) แบมบิโน (Bambino)   นอกจากการให้สัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อผ้าในช่วงที่มีอากาศหนาวแล้ว เราอาจมองหาตัวช่วยหรือวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสมในการช่วยคลายหนาวให้กับน้องหมาและน้องแมวได้ เช่น การให้สัตว์เลี้ยงนอนบนที่นอนอุ่น ๆ การหลีกเลี่ยงที่จะพาสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้าน ส่วนใครที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยหรือแบบกึ่งปิดกึ่งเปิด ในช่วงที่มีอากาศหนาวอาจจำกัดเวลาที่จะให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้านน้อยลง รวมถึงอาจมีการปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้มีความเหมาะสม ก็จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงคลายความหนาวได้ค่ะ   ที่มา https://www.central.co.th/e-shopping/true-or-fake-dog-and-cat-should-wear-cloth-in-cold-season https://www.petsbest.com/blog/dogs-wear-coats/ https://www.pawtracks.com/cats/cat-clothes-cold-weather/