บทความทั้งหมด

>>

บทความ

4 โรคที่มาพร้อมฝนของน้องหมาและน้องแมว รู้ไว้ก่อน ป้องกันได้

2022-08-30 | 10 นาทีที่อ่าน

 

ฮัดชิ่ว!! ในช่วงหน้าฝน โรคสุดฮิตที่เรามักจะเจอหรือคนรอบข้างมักเป็นกันบ่อย ๆ ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก โรคตาแดง หรือใครที่ต้องลุยน้ำ ก็อาจจะเจอโรคผิวหนังอย่างน้ำกัดเท้าได้ด้วยค่ะ โดยในบางโรคเราสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน การออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ การหมั่นดูแลความสะอาดของร่างกาย และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างน้องหมาและน้องแมว ก็มีโรคที่ควรต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนเช่นกันค่ะ ทั้งนี้ จะมีโรคอะไรบ้างนั้น  รวมถึงจะมีวิธีในการป้องกันได้อย่างไร วันนี้ได้รวบรวมมาฝากเหล่าทาสกันแล้วค่ะ

 

 

• โรคพยาธิหนอนหัวใจ

อาการของโรค

พบได้ตั้งแต่อาการที่ไม่รุนแรง เช่น เบื่ออาหาร ไอ จาม ลักษณะอาจคล้ายอาการหวัด โลหิตจาง ไปจนถึงอาการรุนแรง ได้แก่ ปอดอักเสบ หายใจลำบาก ตับและไตวาย หรืออาการหนักจนเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันโรค

1. หยดน้ำยาฆ่าพยาธิเซลาเมกติน ในรูปแบบยาหยอดหลัง เป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง

2. หลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงถูกยุงกัด เพราะยุงทุกชนิดเป็นพาหะของโรคนี้

 

 

โรคปอดบวม

อาการของโรค

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เกิดจากการที่สัตว์เลี้ยงสำลัก สูดดมเชื้อราหรือสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย โดยสัตว์เลี้ยงจะมีอาการไข้สูง มีน้ำมูก ไอ ขี้ตามาก ซึม เบื่ออาหาร น้ำตาไหล และพบอาการหายใจลำบาก เหนื่อยหอบได้ สำหรับโรคนี้หากภูมิคุ้มกันสัตว์เลี้ยงไม่ดี ก็สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงอาการแย่ลงจนเสียชีวิตได้ค่ะ

วิธีป้องกันโรค

1. การทำความสะอาดบ้านให้ปลอดภัยจากเชื้อราและสารก่อภูมิแพ้

2. การให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายของสัตว์เลี้ยง รวมถึงให้นอนในที่แห้งสะอาด ไม่อับชื้น

3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงที่จะทำให้เกิดการสำลักได้

 

 

โรคไข้เห็บ

อาการของโรค

มีอาการซึม ไม่กินอาหาร มีไข้ โลหิตจาง มีภาวะซีด โดยเจ้าของอาจสังเกตได้จากสีเหงือกหรือเยื่อบุตา บางครั้งอาจพบอาการอาเจียน ถ่ายเหลวได้อีกด้วย ทั้งนี้อาการของโรคจะขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น ความรุนแรงของโรค ซึ่งอาการที่พบจึงอาจแตกต่างกันไปค่ะ

วิธีป้องกันโรค

1. ทำความสะอาดบ้านในทุกจุดให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เห็บและหมัด เจริญพันธุ์หรือวางไข่ได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน

2. ใช้ยา/ผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดเห็บหมัด อย่างยาหยอดหลังหรือยากินสำหรับน้องหมา น้องแมว แบบเดือนละ 1 ครั้ง หรือแบบ 3 เดือนต่อ 1 ครั้งก็ได้ค่ะ

3. หมั่นสำรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงและกำจัดเห็บหมัดเป็นประจำ

 

 

โรคผิวหนัง

อาการของโรค

สัตว์เลี้ยงจะมีการเกาบ่อย เการุนแรง เนื่องมาจากอาการคัน มีตุ่มผื่น ผิวหนังแห้งแดง หลุดลอก ตกสะเก็ด มีขนร่วงเป็นหย่อม ๆ หรืออาจร่วงทั้งตัวเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้หากผิวหนังอักเสบรุนแรง อาจมีแผลร่วมด้วยค่ะ

วิธีป้องกันโรค

1. ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่แห้ง สะอาด ไม่อับชื้น ไม่โดนละอองฝน

2. ดูแลขนและผิวหนังของน้องหมาและน้องแมวให้แห้ง สะอาดอยู่เสมอ

 

 

แม้ว่าโรคบางโรคจะไม่ได้แสดงอาการในทันที โดยอาจจะใช้ระยะเวลาในการฟักตัวของโรคนานหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือใช้เวลามากกว่านั้น แต่สัตว์เลี้ยงอาจได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนได้ ดังนั้นการหมั่นดูแลสุขภาพของน้องหมาและน้องแมวเป็นประจำ จะช่วยให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว ทั้งนี้เมื่อสัตว์เลี้ยงเริ่มมีอาการป่วย ไม่ว่าจะมีอาการมากหรือน้อย ให้รีบนำสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ เพื่อการวินิจฉัย รักษาโรคที่รวดเร็วและทันเวลาค่ะ

 

 

ที่มา

https://thonglorpet.com/th/diary/รู้ก่อน-เตรียมรับมือก่อน-กับการดูแลสุนัขในหน้าฝน

https://www.punpro.com/p/5-serious-pet-diseases-in-rainy-season

https://masii.co.th/blog/โรคร้ายในสุนัข-หน้าฝน

7 ทริค ปรับพฤติกรรมน้องหมา (เลิก) ขับถ่ายไม่เป็นที่

  เคยไหม…นั่งเล่น นอนเล่นอยู่ดี ๆ แต่ได้กลิ่นแปลก ๆ ชวนให้ต้องอุดจมูกลอยมา จากการที่น้องหมาขับถ่ายไม่เป็นที่ ทั้งตรงพื้นบริเวณมุมห้อง พรม ขาโต๊ะ ชายผ้าม่าน เตียงนอน หรือโซฟาชุดโปรดของเรา! ใครเจอปัญหานี้มักจะกุมขมับปวดหัวอย่างแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ยังตามมาด้วยเรื่องของการทำความสะอาดที่ยุ่งยาก บวกกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมน้องหมาจึงขับถ่ายไม่เป็นที่ แล้วมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร? บทความนี้ รวบรวมมาฝากทุกคนกันแล้วค่ะ     ทำไมน้องหมาจึงขับถ่ายไม่เป็นที่? สำหรับสาเหตุที่น้องหมาขับถ่ายไม่เป็นที่ อาจมาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไป อาทิ ●  น้องหมาเด็กหรืออายุมากเกินไป ทำให้อาจยากในการปรับตัวช่วงแรก ●  ยังไม่คุ้นชินกับสถานที่หรือจุดที่จัดเตรียมไว้ให้ในการขับถ่าย ●  เกิดจากปัญหาด้านสุขภาพแฝง ●  กินอาหารและขับถ่ายไม่เป็นเวลา ●  มีความเครียดหรือความวิตกกังวล ●  ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่เหมือนกันในน้องหมาแต่ละตัวหรือสายพันธุ์   7 ทริค ปรับพฤติกรรมในการฝึกน้องหมาให้ขับถ่ายเป็นที่ 1. ฝึกให้คุ้นชินกับเวลาและสถานที่ขับถ่าย ควรปรับให้น้องหมาขับถ่ายเป็นช่วงเวลา โดยเมื่อถึงเวลาให้พาน้องหมาไปยังจุดขับถ่ายทันที จะช่วยให้น้องหมาเกิดการปรับพฤติกรรมการขับถ่ายโดยธรรมชาติ   2. ใช้คำพูดเดิมซ้ำ ๆ หรือบ่อย ๆ เมื่อถึงเวลาต้องขับถ่าย ให้เราใช้คำหรือประโยคเดิมกับน้องหมา ซึ่งจะทำให้น้องหมาคุ้นชินและทราบว่าจะต้องทำอะไร เช่น มาอึ, มาฉี่, เข้าห้องน้ำ, ฉี่ตรงนี้ เป็นต้น   3. กำหนดเวลาให้อาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้น้องหมากินอาหารและขับถ่ายทั้งวัน โดยหากน้องหมากินอาหารแล้ว และมีการพักไปหรือกินไม่หมด ให้เราเก็บอาหารหรือเทอาหารทิ้งภายในครึ่งชั่วโมง ไม่ต้องวางทิ้งไว้ค่ะ   4. ใช้กลิ่นหรือรอยเดิมฝึกการขับถ่าย กลิ่นหรือรอยเดิมที่น้องหมาขับถ่ายไว้ สามารถนำมาใช้ฝึกน้องหมาให้ขับถ่ายเป็นที่ได้   5. ออกคำสั่งทันที หากน้องหมาขับถ่ายนอกจุดขับถ่าย ให้ออกคำสั่งด้วยคำว่า “ไม่” หรือ “No” ซึ่งเป็นคำเฉพาะที่เป็นการปฏิเสธไม่ให้น้องหมาขับถ่ายนอกเหนือจากจุดขับถ่าย ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่จริงจัง   6. ไม่ทำโทษหรือดุด่า ในการฝึก ควรค่อย ๆ ฝึกฝน ไม่ใช้อารมณ์ ไม่ทำโทษด้วยความรุนแรงและไม่ใช้คำดุด่าน้องหมาค่ะ   7. พาไปพบสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ อาจพาไปปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับน้องหมาในการฝึกค่ะ     การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรม นิสัย สายพันธุ์ของน้องหมาที่เราเลี้ยง จะช่วยทำให้เราเข้าใจน้องหมามากขึ้น ซึ่งเรื่องของการขับถ่าย ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ เพราะการสร้างนิสัยเรื่องของการขับถ่ายให้เป็นที่ นอกจากจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีพฤติกรรมการขับถ่ายที่ดี ทาสอย่างเราก็โล่งใจ หายใจได้ทั่วปอด เพราะบ้านสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการขับถ่ายไม่เป็นที่ของน้องหมาให้กวนใจอีกด้วยค่ะ โดยเมื่อน้องหมาปฏิบัติตามคำสั่งหรือเริ่มมีพฤติกรรมไปในทิศทางที่ดีขึ้น เราควรให้คำชม ให้ขนมหรือรางวัลอื่น ๆ ที่น้องหมาชอบ จะช่วยให้น้องหมาเรียนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้ค่ะ   ที่มา https://www.jojohouse.com/ฝึกน้องหมาฉี่เป็นที่/ https://pet.kapook.com/view204786.html https://www.yespetshop.com/th/articles/97510 https://thonglorpet.com/th/diary/การแก้ไขการขับถ่ายไม่เป็นที่

เสื้อผ้าจำเป็นกับหมาแมวหรือไม่ สายพันธุ์ไหนจำเป็นต้องมี!

  เมื่อก้าวเข้าสู่หน้าหนาว เราจะได้เห็นแฟชั่นชุดกันหนาวหลากหลายแบบ หลากหลายสีสันที่ชวนมอง ไม่ต่างกับน้องหมาและน้องแมว ที่มีแฟชั่นเสื้อผ้าที่จัดจ้านไม่แพ้กัน เวลาเห็นการเลือกสวมใส่เสื้อผ้า ที่เหล่าทาสรังสรรค์กันมา เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้สวมใส่ ต้องบอกเลยว่า เหมือนกับยกงานแฟชั่นวีคขนาดย่อม ๆ มาไว้ที่บ้านกันเลยทีเดียวค่ะ แถมทาสต่างพร้อมใจกันอวดโฉมความน่ารัก น่าเอ็นดู ให้เห็นกันตามสื่อโซเชียลมีเดียอยู่บ่อย ๆ แต่ความจริงแล้วนั้น มีใครเคยสงสัยหรือไม่คะว่า เสื้อผ้าเหล่านั้นมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน น้องหมาน้องแมวจำเป็นต้องใส่เสื้อในฤดูหนาวหรือไม่? ไปหาคำตอบกันดีกว่าค่ะ     ● เสื้อผ้าจำเป็นกับน้องหมาและน้องแมวหรือไม่? สำหรับความจำเป็นหรือไม่จำเป็นของเสื้อผ้าที่จะเลือกสวมใส่ให้กับน้องหมาและน้องแมวนั้น อาจไม่ได้วัดชัดเจนนัก เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้อง เช่น ความยาวของเส้นขน ความหนาของขนตามสายพันธุ์ ลักษณะของตัวบ้าน รวมถึงแหล่งที่อยู่อาศัย โดยหากอยู่ในเมืองไทย อาจไม่ค่อยมีช่วงอากาศหนาว หรืออุณหภูมิอาจจะไม่ได้ต่ำมากเท่ากับการอาศัยอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวจัด อย่างไรก็ดี ให้สังเกตสัตว์เลี้ยงว่ามีอาการหนาวหรือไม่จะเป็นวิธีที่ดีกว่าค่ะ   Do: สัตว์เลี้ยงมีอาการ เช่น นอนขดตัว ร่างกายสั่น เหงือกซีด อาจเป็นไปได้ว่า สัตว์เลี้ยงมีอาการหนาว ควรสวมเสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยง โดยเลือกความหนา-บางของเนื้อผ้า ตามลักษณะความยาวขนของสายพันธุ์น้องหมาและน้องแมว Don’t: สัตว์เลี้ยงมีอาการต่อต้านการสวมใส่เสื้อผ้า เราไม่ควรบังคับสัตว์เลี้ยง เพราะอาจเกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ตามมา เกิดความเครียด กลัว และอึดอัด ซึ่งเป็นผลเสียได้   ●  สายพันธุ์ไหนจำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าในช่วงฤดูหนาว? สุนัข เช่น เกรย์ฮาวด์ (Greyhound) ดัลเมเชียน (Dalmatian) เฟรนช์ บูลด็อก (French Bulldog) ไชนีส เครสเต็ด (Chinese Crested) ปั๊ก (Pug) ชิวาวา (Chihuahua) ดัชชุน (Dachshund) มิเนเจอร์พินช์เชอร์ (Miniature Pinscher) แจ็ค รัสเซลล์ เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier) แมว เช่น สฟิงซ์ (Sphynx) เดวอน เร็กซ์ (Devon Rex) แมววิเชียรมาศ (Siamese Cat) อะบิสซิเนียน (Abyssinian cat) แบมบิโน (Bambino)   นอกจากการให้สัตว์เลี้ยงสวมใส่เสื้อผ้าในช่วงที่มีอากาศหนาวแล้ว เราอาจมองหาตัวช่วยหรือวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสมในการช่วยคลายหนาวให้กับน้องหมาและน้องแมวได้ เช่น การให้สัตว์เลี้ยงนอนบนที่นอนอุ่น ๆ การหลีกเลี่ยงที่จะพาสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้าน ส่วนใครที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบปล่อยหรือแบบกึ่งปิดกึ่งเปิด ในช่วงที่มีอากาศหนาวอาจจำกัดเวลาที่จะให้สัตว์เลี้ยงอยู่นอกบ้านน้อยลง รวมถึงอาจมีการปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้มีความเหมาะสม ก็จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงคลายความหนาวได้ค่ะ   ที่มา https://www.central.co.th/e-shopping/true-or-fake-dog-and-cat-should-wear-cloth-in-cold-season https://www.petsbest.com/blog/dogs-wear-coats/ https://www.pawtracks.com/cats/cat-clothes-cold-weather/